เจาะลึกเบื้องหลัง VNR 2025: แนวปฏิบัติที่ดีของไทยสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน

เจาะลึกเบื้องหลัง VNR 2025: แนวปฏิบัติที่ดีของไทยสู่การขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน

วันที่ปรับปรุงข้อมูล 27 ส.ค. 2568

| 16 view

ภายหลังจากที่ไทยได้นำเสนอรายงานผลการทบทวนการดำเนินการตามวาระการพัฒนาที่ยั่งยืน ค.ศ. 2030 ระดับชาติ โดยสมัครใจ (Voluntary National Review: VNR) ประจำปี ค.ศ. 2025 ต่อสหประชาชาติในเดือนกรกฎาคม 2568 นั้น

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศได้ร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีจากการจัดทำรายงาน VNR ประจำปี ค.ศ. 2025 ร่วมกับอีก 3 ประเทศอาเซียน ได้แก่ มาเลเซีย อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ ที่นำเสนอรายงาน VNR ในรอบเดียวกัน ในช่วงการประชุม ASEAN Multi-Stakeholder Forum on Sustainability ที่ โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ

ไทยกล่าวถึงจุดเด่นของรายงาน VNR ฉบับนี้ ใน 2 ประเด็นสำคัญ ได้แก่

  1. การใช้ข้อมูลและสถิติ: กระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานหลักจัดทำรายงาน VNR ร่วมกับ สภาพัฒน์ฯ (สศช.) และ สำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลความคืบหน้าของ SDGs โดยใช้แนวทาง “แนวโน้มสู่เป้าหมาย” (trend to target) เพื่อวิเคราะห์ว่า เมื่อเทียบกับข้อมูลในปี ค.ศ. 2015 แล้ว แนวโน้มการดำเนินการในปัจจุบันจะช่วยให้เราบรรลุ SDGs เป้าไหน ภายในปี ค.ศ. 2030 ได้บ้าง นอกจากนี้ ยังได้นำเครื่องมือ Leave No One Behind (LNOB) Tool ที่พัฒนาโดย ESCAP มาใช้ในการวิเคราะห์หากลุ่มประชากรที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลังมากที่สุด (furthest behind) ในแต่ละเรื่อง เช่น การเข้าถึงน้ำสะอาด และการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งจะช่วยให้ให้รัฐบาลสามารถกำหนดนโยบายที่ตรงจุดมากขึ้น และไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลังได้อย่างแท้จริง
  2. การมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วน (Stakeholder Engagement): โดยกระทรวงการต่างประเทศร่วมกับ SDG Move มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จัดการรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียใน 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนจากทุกพื้นที่ได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่อการดำเนินการด้านการพัฒนาของไทย โดยรายงาน VNR ยังได้สะท้อนความเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ได้แก่ (1) ภาคประชาสังคม (2) ภาคเอกชน (3) ภาควิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (4) ทีมงานสหประชาชาติประจำประเทศไทย (UN Country Team) และ (5) กลุ่มเด็กและเยาวชน

รูปภาพประกอบ

รูปภาพประกอบ